ผู้การตม.แถลงจับกุมแก๊งโรแม๊นสแกมชาวอัฟริกาและหนุ่มอินเดียต้มตุ๋นลักทรัพย์

ผู้การตม.แถลงจับกุมแก๊งโรแม๊นสแกมชาวอัฟริกาและหนุ่มอินเดียต้มตุ๋นลักทรัพย์

 

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
แถลงการจับกุมแก๊งโรแม๊นสแกมชาวอัฟริกา และหนุ่มอินเดียต้มตุ๋นลักทรัพย์
——————————————————————


ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศไทย ตลอดจนบุคคลต่างด้าว ที่หลบหนีการกระทำความผิดมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เป็นภัยต่อความมั่งคงและชื่อเสียงของประเทศชาติ โดยสั่งการให้ดำเนินคดีถึงที่สุด หรือดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร หากพบว่ามีพฤติการณ์ เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ โดยให้ดำเนินการอย่าง เป็นรูปธรรม และเพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานความร่วมมือต่างตอบแทนระหว่างกัน ในการติดตามจับกุมคนร้าย หนีคดีระหว่างประเทศ
ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจ คนเข้าเมือง(ปป) และ พลตำรวจตรี ชูฉัตร ธารีฉัตร ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เร่งรัด การดำเนินการจนเป็นผลสัมฤทธิ์ และนำมาแถลงผลการปฏิบัติในวันนี้ (๑๒ ต.ค.๒๕๖๐) ดังต่อไปนี้
รายที่ ๑ เจ้าหน้าที่กองกำกับการ ๒ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุม นายโอสิต้า ลอว์เร็นซ์ (OSITA LAWRENCE NWAENYI) อายุ ๓๓ ปี สัญชาติไนจีเรีย และนายชักวูบูก้า สแตนเล่ย์ ปีเตอร์ (CHUKWUEBUKA STANLEY PETER) อายุ ๓๓ ปี สัญชาติไนจีเรีย ซึ่งเป็นแก๊งโรแม๊นสแกม (Romance scam) โดยการสร้างเฟสบุ๊คปลอม เป็นชาวยุโรป มีฐานะดี จากนั้นจะค้นหาเหยื่อ ในเฟสบุ๊คแล้วติดต่อทำความรู้จัก และพูดคุยอ้างตัวเป็นคนมีหน้าที่การงานดี มีฐานะดี และหลงรักในตัวเหยื่อ หรืออยากร่วมลงทุนทำธุรกิจกับเหยื่อ โดยออกอุบายจะส่งทรัพย์สินของมีค่ามาให้เป็นของขวัญหรือเป็นการการันตีไว้ก่อน ซึ่งจะส่งภาพทรัพย์สินและกล่องพัสดุรวมทั้งใบส่งของที่มีชื่อของเหยื่อ(ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก้ไขภาพเป็นชื่อที่อยู่ของเหยื่อ) เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะมีผู้ร่วมขบวนการติดต่อไปอ้างเป็น เจ้าหน้าที่บริษัทส่งของ หรือ ศุลกากร หรือ สถานทูต หรือ สำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด เพื่อให้เหยื่อชำระค่าธรรมเนียมส่งของผ่านการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างๆ และจะหลอกอ้างเหตุผลต่างๆ ให้เหยื่อโอนเงินมาเรื่อยๆ เมื่อเหยื่อรู้ตัว จะหลบหนีไปหาเหยื่อรายใหม่ต่อ โดยกรณีนายโอสิต้าฯ กับนายชักวูบูก้าฯ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีคนต่างชาติซึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง มักอยู่แต่ในห้องและใช้คอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน หลังจากนั้นจึงได้เฝ้าสังเกตพฤติกรรมจนกระทั่งมั่นใจว่าทั้ง ๒ เป็นแก๊งโรแม๊นสแกม จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม และตรวจค้นภายในห้องพัก คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.ศรีนครินทร์ ซึ่งขณะเข้าตรวจสอบทั้ง ๒ กำลังใช้คอมพิวเตอร์อยู่ เบื้องต้นตรวจสอบการเดินทางพบว่า นายโอสิต้าฯ กับนายชักวูบูก้าฯ อยู่ในราชอาณาจักรโดย ไม่ถูกต้องจึงทำการจับกุมตัว จากการตรวจสอบภายในห้องพบคอมพิวเตอร์ที่กำลังใช้โปรแกรมเฟสบุ๊คหลอกเหยื่อ และโทรศัพท์อีกจำนวนหนึ่ง โดยหลังจากตรวจสอบข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ดังกล่าว พบภาพถ่ายชาวยุโรป, ภาพทรัพย์สินของมีค่า, ภาพกล่องพัสดุ และภาพใบแจ้งการส่งพัสดุ ซึ่งเชื่อว่ามีไว้ใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ ขณะนี้ จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาผู้เสียหายเพื่อดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงต่อไป โดยหากประชาชนคนใดเคยพบเห็น หรือถูกหลอก โดยเฟสบุ๊คปลอมที่ใช้ภาพถ่ายที่ตรวจพบดังกล่าว สามารถเข้ามาดูตัวหรือแจ้งความดำเนินคดีได้ที่ ห้องกักคนต่างด้าว กองกำกับการ ๓ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
รายที่ ๒ เจ้าหน้าที่กองกำกับการ ๒ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมนายวินาย มิสรา (Mr.VINAY MISHRA) อายุ ๒๙ ปี สัญชาติอินเดีย ซึ่งมีผู้เสียหายร้องเรียนว่า ถูกนายวินายฯ ใช้กลอุบายลักทรัพย์สินไป โดยอ้างว่าเป็นชาวอเมริกัน มีธุรกิจโรงแรม มีฐานะดี แล้วพูดคุยจีบเหยื่อจนเหยื่อหลงเชื่อ จากนั้นจะออกอุบายทำเป็นถูกคนร้ายปล้นทรัพย์สิน หรือกระเป๋าทรัพย์สินสูญหาย ไม่มีเงินติดตัว และขอไปพักบ้านเหยื่อ หลังจากได้เข้าไปอยู่ในบ้าน จะชักชวนเหยื่อไปเที่ยวผับกลางคืน แล้วแอบกลับมาบ้านเหยื่อก่อน และทำการลักทรัพย์สินของเหยื่อ ต่อมาเมื่อเหยื่อกลับมาจะแสร้งทำเป็นมีขโมยเข้ามาลักทรัพย์และบอกเหยื่อว่าทรัพย์ของตนก็ถูกขโมยด้วย แต่เนื่องจากเหยื่อไม่เชื่อเพราะไม่มีร่องรอยงัดแงะหรือรื้นค้นทรัพย์สิน จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบ จากการสืบสวนทราบว่า นายวินายฯ เปิดห้องพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท ๕๐ แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. สอบถามทางโรงแรมทราบว่า นายวินายฯ ได้มาเปิดห้องพักและนำกระเป๋าเดินทางมาฝากไว้ ๑ ใบ จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบภายในห้องพักและกระเป๋าดังกล่าว พบสิ่งของมีค่าจำนวนมาก เช่น คอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊ค, กล้องถ่ายรูป, สร้อยคอทองคำ, นาฬิกา, บัตรเครดิตและธนบัตรสกุลต่างๆ อีกหลายรายการ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาพยานหลักฐาน พร้อมทั้งตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากการสอบถามนายวินายฯ ยอมรับว่า ตนเองเป็นชาวอินเดีย แต่จะอ้างว่าเป็นชาวอเมริกัน และจะหาเหยื่อที่เป็นหญิงสาวผ่านโปรแกรมค้นหาผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงผ่านโซเชียลเน็ทเวิร์คต่างๆ เช่น Find Friends Nearby ของ Facebook หรือ โปรแกรมหาคู่ชื่อ tinder จากนั้นจะติดต่อพูดคุยจีบเหยื่อจนหลงเชื่อ แล้วจะอ้างเหตุตามข้างต้นเพื่อลักทรัพย์สินของเหยื่อ โดยตระเวนทำมาแล้วทั้งในประเทศมาเลเซีย, จีน, เวียดนาม และไทย จนกระทั่งถูกจับได้ดังกล่าว จากการตรวจสอบพบมีผู้เสียหายหลายรายในประเทศเวียดนามสูญเสียทรัพย์สินมูลค่าหลายแสนบาท เบื้องต้น ทำการจับกุมข้อหา ลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หากมีประชาชนคนใดสงสัยว่าอาจตกเป็นเหยื่อของนายวินายฯ สามารถขอตรวจสอบทรัพย์สินของกลางได้ที่ กองกำกับการ ๒ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
อนึ่ง การแถลงข่าวนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะชน และขอฝากให้ประชาชนช่วยสังเกตชาวต่างชาติที่มาพักอาศัยใกล้บ้านเรือนท่านหากพบพฤติกรรมไม่เหมือนนักท่องเที่ยวหรือไม่มีงานทำแน่นอน หรือน่าสงสัย ขอให้แจ้งข้อมูลสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ๑๑๗๘ หรือ www.immigration.go.th

(คลิป)>>>คลิป สตม.แถลงจับกุมแก๊งโรแม๊นสแกมชาวอัฟริกา และหนุ่มอินเดียต้มตุ๋นลักทรัพย์
*******************************************************************

ใส่ความเห็น