บก.สตม.จับกุมขบวนการลักลอบส่งคนไทยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้โดยผิดกฎหมาย ตามที่มีผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการจัดหางานให้คนหางานไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้โดยไม่ได้รับอนุญาต


​ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. สั่งให้ บก.สส.สตม. ดำเนินการสืบสวนจับกุมขบวนการลักลอบส่งคนไทยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้โดยผิดกฎหมาย ตามที่มีผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการจัดหางานให้คนหางานไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้โดยไม่ได้รับอนุญาต พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. จึงได้สั่งการให้ กก.1 บก.สส.สตม. ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุม
​กก.1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนเฝ้าสังเกตการณ์และแกะรอย จนทราบว่ามีผู้ร่วมขบวนการ 3 คนคือ

​1. น.ส.กรองแก้วหรือต่ายหรือหญิง คำทา ​อายุ 32 ปี สัญชาติ ไทย
​2. น.ส.โชติกาหรือจุ๊บ เกิดเกลี้ยง ​อายุ 32 ปี สัญชาติ ไทย
​3. MR.KISIK EUM (นายไคซิก อึม)​​อายุ 49 ปี สัญชาติ เกาหลีใต้
​จนกระทั่งวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 จนท.ชุดจับกุม ทราบว่ากลุ่มดังกล่าวจะนำพาคนไทยเพื่อไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ และจะเดินจากเมืองพัทยา จ.ชลบุรี มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนท.ชุดจับกุม จึงได้เฝ้าติดตามจนกระทั่งสามารถจับกุมบุคคลทั้ง 3 คน โดยกล่าวหาว่า “จัดหางานให้คนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา 30มีความผิดตามมาตรา 82 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนคนไทยที่ได้สมัครเพื่อไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้นั้น ได้นำตัวไปยังด่านตรวจคนหางาน กรมการจัดหางาน ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อบันทึกคำให้การซึ่งคนไทยกลุ่มดังกล่าวรับว่าได้มาสมัครงานกับกลุ่มผู้ถูกจับกุมเพื่อไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้
​พฤติการณ์กระทำความผิด น.ส.กรองแก้วหรือต่าย คำทา จะเป็นผู้เปิดรับสมัครหาคนไทยที่มีความต้องการจะไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ผ่านทางสื่อโซเชียล ซึ่งหากผู้ใดมีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ จะต้องชำระค่าจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า จากนั้นจะต้องมาพักรอจำนวนคนหางานที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งกลุ่มผู้ถูกจับกุมจะอ้างว่ามาเพื่อรอเทรนงาน ต่อมา MR.KISIK EUM จะตรวจสอบลักษณะบุคคลิกภาพว่าสามารถไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้หรือไม่ เมื่อกลุ่มผู้ถูกจับกุมได้ยอดจำนวนคนหางานตามที่ต้องการแล้ว น.ส.โชติกาหรือจุ๊บ เกิดเกลี้ยง จะดำเนินการออกตั๋วเครื่องบิน และผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 คน จะร่วมพาคนหางานมาที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยจะมีชาวเกาหลีใต้ที่ MR.KISIK EUM ได้ประสานไว้อยู่รอรับกลุ่มคนหางานที่สนามบินหลังผ่านผ่าน ตม. เมื่อไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้คนหางานจะต้องทำงานชดใช้ค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นเงินจำนวน 55,000 บาทต่อคน
​อนึ่ง การแถลงข่าวนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะชน และขอฝากให้ประชาชนช่วยสังเกตชาวต่างชาติที่มาพักอาศัยใกล้บ้านเรือนท่านหากพบพฤติกรรมไม่เหมือนนักท่องเที่ยวหรือไม่มีงานทำแน่นอน หรือน่าสงสัย ขอให้แจ้งข้อมูลสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ๑๑๗๘ หรือ www.immigration.go.th

ใส่ความเห็น