รวบใช้หนังสือเดินทางปลอมรับจ้างสอบภาษาแทน มีเอเย่นต์รับงาน พร้อมทำหนังสือทางปลอม ส่งคนเก่งภาษารับจ้างเข้าสอบแทนตัวจริง

รวบชาวต่างชาติ ๗ ราย ใช้หนังสือเดินทางปลอมรับจ้างสอบภาษาแทน มีเอเย่นต์รับงาน พร้อมทำหนังสือทางปลอม ส่งคนเก่งภาษารับจ้างเข้าสอบแทนตัวจริง

​ตามนโยบายรัฐบาลและการปฏิบัติการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบ มีการขยายตัวเป็นวงกว้างและสลับซับซ้อน มีการนำเทคโนโลยีและเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิด รวมทั้งคดีที่บุคคลต่างชาติมีส่วนร่วมในการกระทำผิด
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และการกระทำผิดทางอาญาที่เป็นนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง.ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ซึ่งได้ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง
ต่อมา ศปอส.ตร. ได้มีการสืบสวนปราบปรามจับกุมกวาดล้างอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนและความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรชาวต่างชาติ ที่แฝงตัวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ก่ออาชญากรรมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ และให้ดำเนินการกวดขันจับกุมขบวนการบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้ามากระทำผิดเป็นภัยต่อสังคมไทย และมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ตามมาตรา ๑๒ (๗)

จนเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ ศปอส.ตร. ได้รับการประสานจากสถาบันผู้จัดการสอบ เอซีที หรือแอคท์ (ACT) ซึ่งย่อมาจาก American College Testing เป็นข้อสอบมาตรฐานที่ใช้วัดระดับการใช้เหตุผล และการสื่อสารที่จำเป็นสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ในการสอบ เอซีที ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นั้น ทางสถาบันผู้จัดการสอบได้มีการตรวจสอบรายการจ่ายเงินค่าสอบ แล้วพบว่า ในการจ่ายเงินค่าสอบ มีการจ่ายเงินจากเครดิตการ์ดชาวจีนรายหนึ่ง ได้จ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการสอบให้กับชาวจีนที่มาทำการสอบจำนวนหลายราย ซึ่งเป็นพฤติการณ์น่าสงสัย จึงได้ทำการตรวจสอบบุคคลผู้ทำการสอบ ปรากฏว่า ผู้เข้าสอบชาวจีน จำนวน ๕ ราย คือ MR.JIE WANG สัญชาติจีน อายุ 27 ปี , MISS.JIA LIN สัญชาติจีน อายุ 28 ปี , MISS.JUAN CHEN สัญชาติจีน อายุ 33 ปี , MISS.LI HUANG สัญชาติจีน อายุ 27 ปี และ MR.MICHAEL LI YAO สัญชาติอเมริกัน อายุ 30 ปี ไม่สามารถตอบคำถามข้อมูลส่วนตัว ได้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ตนใช้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการสอบ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.นครปฐม และ ศปอส.ตร. เข้าทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบหนังสือเดินทาง ที่ชาวจีนทั้ง ๕ ราย ได้ใช้แสดงตนเข้าสอบนั้น พบว่า มีลักษณะพิรุธต้องสงสัยหลายประการ น่าเชื่อว่าจะเป็น หนังสือเดินทางปลอม จึงได้ทำการตรวจยึดหนังสือเดินทาง จำนวน ๕ เล่ม ดังกล่าว ไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทำการตรวจสอบในเชิงลึก
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบถาม ผู้เข้าสอบชาวจีน ทั้ง ๕ ราย ดังกล่าว รับว่า ตนได้รับจ้างเข้ามาสอบ เอซีที แทนผู้สมัครสอบตัวจริง โดยมีเอเย่นต์ในประเทศจีนเป็นตัวกลางติดต่อหาลูกค้าที่เป็นนักศึกษาในประเทศจีนให้ พร้อมทั้งเป็นผู้จัดการค่าเดินทาง ที่พัก และจัดหาหนังสือเดินทางปลอม ที่ใช้สำหรับการเข้าสอบส่งไปยังบ้านของผู้ที่รับจ้างสอบ โดยเป็นหนังสือเดินทางที่มี ชื่อ และข้อมูล ของคนที่ต้องการใช้ผลการสอบ เอซีที ที่ไม่ได้มาสอบด้วยตนเอง แต่รูปภาพ เป็นของผู้ที่รับจ้างมาสอบจริง และเมื่อได้ทำการสอบ เอซีที เรียบร้อยแล้ว จะเอาหนังสือเดินทางปลอมทิ้ง และใช้หนังสือเดินทางตัวจริงของตนเองเดินทางกลับประเทศ หลังจากนั้นหากตนสามารถสอบได้คะแนนผ่าน จะได้รับค่าจ้าง เมื่อสอบผ่านเป็น จำนวนค่าจ้าง ๑๐,๐๐๐ – ๒๐,๐๐๐ หยวน
และต่อมา เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ ศปอส.ตร. ได้รับการประสานจากสถาบันผู้จัดการสอบ เอซีที ที่ โรงเรียนนานาชาตินิสท์ สุขุมวิท ซอย ๑๕ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ว่า ทางสถาบันผู้จัดการสอบ เอซีที ได้การตรวจสอบผู้เข้าสอบ แล้วพบว่า ผู้เข้าสอบชาวจีน จำนวน ๒ ราย คือ MR.HE LIU สัญชาติจีน อายุ ๒๘ ปี และ MR.HUANG XIAOFAN สัญชาติจีน อายุ ๓๙ ปี ไม่สามารถตอบคำถามข้อมูลส่วนตัว ได้ตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้ในการแสดงตนเข้าสอบแต่อย่างใด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. เข้าทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางที่ชาวจีนทั้ง ๒ ราย ใช้ในการแสดงตนเข้าสอบนั้น พบว่า หนังสือเดินทางดังกล่าวมี ลักษณะพิรุธต้องสงสัยหลายประการ น่าเชื่อว่าจะเป็น หนังสือเดินทางปลอม อีกเช่นกัน เมื่อได้ทำการสอบถามผู้เข้าสอบชาวจีน ทั้ง ๒ ราย รับว่า เป็นผู้รับจ้างสอบแทนผู้สมัครสอบตัวจริง ซึ่งมีลักษณะพฤติการณ์เดียวกันกับกรณีก่อน โดยหากตนสามารถสอบได้คะแนนผ่าน จะได้รับค่าจ้าง เมื่อสอบผ่านเป็น จำนวนค่าจ้าง ๑๐,๐๐๐ – ๒๐,๐๐๐ หยวน เช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดหนังสือเดินทาง จำนวน ๒ เล่ม ดังกล่าว ไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทำการตรวจสอบในเชิงลึก
อีกทั้งเมื่อได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า MR.HE LIU ยังมีหนังสือเดินทาง อีกจำนวน ๘ เล่ม ซึ่งหนังสือเดินทางดังกล่าวมี ลักษณะพิรุธต้องสงสัยหลายประการ น่าเชื่อว่าจะเป็น หนังสือเดินทางปลอม อีกเช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดหนังสือเดินทาง จำนวน ๘ เล่ม ดังกล่าวไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทำการตรวจสอบในเชิงลึก และจากการสอบถาม MR.HE LIU รับว่า ได้เคยใช้หนังสือเดินทางดังกล่าว ตระเวนรับจ้างสอบแทนในลักษณะเช่นเดียวกันในสนามสอบอื่นๆ อีกหลายประเทศ
​ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำเข้าลักษณะเป็นบุคคลต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๑๒ ( ๗ ) จึงได้เชิญตัวผู้ต้องกัก ทั้ง ๗ ราย ไปยัง กก.๓ สส.สตม. เพื่อสอบบันทึกถ้อยคำ และได้เสนอความเห็นไปยัง ผบช.สตม. เพื่อให้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ของผู้ต้องกัก ทั้ง ๗ ราย
จากการสอบบันทึกถ้อยคำผู้ต้องกักทั้ง ๗ ราย รับว่า ตนได้เดินทางเข้าประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งแท้จริงแล้วตนได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย เพื่อรับจ้างสอบภาษาแทนบุคคลอื่น โดยใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อแสดงตนเข้าสอบ และจากการที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ทำการตรวจสอบเชิงลึก หนังสือเดินทางซึ่งตรวจยึดไว้ ทั้งหมด ๑๕ เล่ม ประกอบกับการตรวจสอบข้อมูลในสารบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ปรากฏว่า หนังสือเดินทาง ทั้ง ๑๕ เล่ม ดังกล่าวนั้น เป็นหนังสือเดินทางปลอม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. จึงได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ MR.JIE WANG สัญชาติจีน อายุ 27 ปี , MISS.JIA LIN สัญชาติจีน อายุ 28 ปี , MISS.JUAN CHEN สัญชาติจีน อายุ 33 ปี , MISS.LI HUANG สัญชาติจีน อายุ 27 ปี และ MR.MICHAEL LI YAO สัญชาติอเมริกัน อายุ 30 ปี และ MR.HUANG XIAOFAN สัญชาติจีน อายุ ๓๙ ปี ในข้อหา “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม , ปลอมและใช้รอยตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศปลอม , ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม และ ปลอมและใช้รอยตราของเจ้าพนักงานปลอม”
และในส่วนของ MR.HE LIU สัญชาติจีน อายุ ๒๘ ปี ซึ่งมีการตรวจยึดหนังสือเดินทางปลอม รวมจำนวน ๙ เล่ม นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. ได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีในข้อหา “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม , ปลอมและใช้รอยตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศปลอม , ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม , ปลอมและใช้รอยตราของเจ้าพนักงานปลอม และ มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งหนังสือเดินทางปลอม ” ตามกฎหมายต่อไป
ขอบคุณภาพข่าว ทีมงาน ปชส.สตม

ใส่ความเห็น