ตม.จับแก๊งโรแมนซ์แกม-เกมส์ออนไลน์ชาวจีน

ตม.จับแก๊งโรแมนซ์แกม-เกมส์ออนไลน์ชาวจีน

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. พ.ต.อ.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวน บช.สตม. แถลงจับกุมผู้ต้องหาแก๊งโรแมนซ์สแกมและเกมส์ออนไลน์ชาวจีนจำนวน 14 คน ภายในบ้านพักเลขที่ 33 ซอย 20 มิถุนา แยก 5 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พร้อมของกลางเป็นคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ 30 เครื่อง ตัวเซิฟเวอร์เชื่อมคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง กล้องวงจรปิดที่ดูจากจีน 1 ตัว โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง ไอแพต 4 เครื่อง และเร้าเตอร์ 5 เครื่อง

พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่อวจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนละแวกดังกล่าวว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เข้ามาพักอาศัยภายในบ้านพักหลังดังกล่าวและไม่ออกจากตัวบ้าน จากนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยวสูง 3 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด จากการตรวจสอบบริเวณชั้น 1 เป็นโซนนั่งเล่นห้องรับแขกไม่พบว่ามีใครอยู่ จากนั้นได้ขึ้นตรวจสอบชั้นที่ 2 พบชาวจีนจำนวน 14 คน แบ่งเป็นชาย 12 คนและหญิง 2 คน กำลังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ซึ่งในแต่เครื่องนั้นเปิดเกมส์ออนไลน์และโปรแกรมแชท (Wechat) โดยมีการสนทนาเป็นภาษาจีนกับกลุ่มลูกค้าชาวจีนด้วยกัน จึงทำการจับกุมตัวเพื่อทำการสอบสวน

จากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน ให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้ถูกว่าจ้างให้เข้ามาทำงานโดยจะได้รับค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 25,000 บาทต่อคน ส่วนการทำงานนั้นจะแชทผ่านโปรแกรมวีแชทเพื่อหลอกขายของในเกมส์ออนไลน์ให้กับเหยื่อที่เป็นชาวจีนด้วยกันเอง โดยกลุ่มของตนเข้าประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว เข้ามาทำงานเป็นผลัดที่ 2 และรับคำสั่งจากนางสาวเจวิ้น จู อายุ 23 ปี (ถูกจับด้วยในกลุ่ม) ที่เพิ่งเข้าประเทศไทยมาได้ 15 วัน เป็นคนควบคุมสั่งการและจดบันทึกการทำงานต่างๆเพื่อส่งกลับไปยังนายทุนชาวจีน ส่วนที่พักอาศัยนั้นจะมีนายทุนชาวจีนที่อยู่ต่างประเทศเป็นผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว 7 หมื่นบาทต่อเดือน ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมด

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้เนื่องจากเป็นการหลอกชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน ซึ่งหลังจากนี้จะประสานทางการจีนเพื่อตรวจสอบมูลค่าความเสียหายทั้งหมดอีกครั้ง รวมถึงเชิญเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวมาสอบเพิ่มเติม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทั้งหมดว่า “ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และทำการเพิกถอนวีซ่าขึ้นบัญชีแบล็คลิสต์ห้ามเข้าประเทศ ก่อนคุมตัวผู้ต้องแก๊งชาวจีนพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.สตม. และประสานทางการจีนรับตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป

ใส่ความเห็น