ตำรวจรวบผู้ต้องหา อ้างเป็นโมเดลลิ่งหาแคสงานหลอกเหยื่อ โชว์หวิวอัดคลิป เผยแพร่สื่อออนไลน์

ตำรวจรวบผู้ต้องหา อ้างเป็นโมเดลลิ่งหาแคสงานหลอกเหยื่อ โชว์หวิวอัดคลิป เผยแพร่สื่อออนไลน์

เน็ตไอดอล ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายถูกคนร้ายหลอกว่าจะพาเข้าวงการบันเทิง

เน็ตไอดอล ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายถูกคนร้ายหลอกว่าจะพาเข้าวงการบันเทิง พร้อมหลอกให้ถอดเสื้อผ้าโชว์สรีระ เข้าขอบคุณพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรืิอปอท. หลังตำรวจปอท.สามารถจับกุมผู้ต้องหาคนดังกล่าวได้

โดยพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ บอกว่าผู้ต้องหา เป็นชายรายนี้

โดยพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ บอกว่าผู้ต้องหา เป็นชายรายนี้ มีการวางแผนเป็นระบบ ด้วยการสมัครเฟซบุ๊ก ปลอมใส่โปรไฟล์ว่าเป็นโมเดลลิ่งหานางแบบ นักแสดง เข้าวงการบันเทิง ก่อนจะเลือกติดต่อไปยังผู้เสียหายที่เป็นพริตตี้ หรือเน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ชักชวนมาแคสติ้งงาน พร้อมกับให้แอดไลน์ตัวเองที่ทำปลอมขึ้นมาว่าเป็นสาวประเภท2 พูดคุยเป็นเดือนๆเพื่อให้เหยื่อตายใจ ก่อนขอดูสัดส่วน สรีระ เพื่อพิจารณาหางานให้แคสติ้ง จนผู้เสียหายยอมถอดเสื้อผ้าให้ดูรูปร่าง บางรายถึงหลอกถึงขั้นให้ทำท่าทางโพสต์เซ็กซี่ อ้างใช้ประกอบการทำงาน ก่อนที่จะนำภาพลับผู้เสียหายเหล่านั้นไปโพสต์ลงกลุ่มลับ คิดค่าสมัครเข้าดูตั้งแต่ 300-500บาท เฉพาะผู้ต้องหารายนี้ พบมีผู้เสียหาย8 คนเป็นเยาวชน2 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจปอท. ก่อนที่เมื่อวานนี้ ตำรวจจะติดตามจับกุมตัวไว้ได้ พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่มีรูปภาพลับของผู้เหล่าเน็ตไอดอลจำนวนมาก

หนึ่งในผู้เสียหายเล่าให้คุณกานต์สินี สิทธิโชติพงศ์ ทีมข่าวของเราฟังว่า

หนึ่งในผู้เสียหายเล่าให้คุณกานต์สินี สิทธิโชติพงศ์ ทีมข่าวของเราฟังว่า คนร้่ายจะอ้างชื่อว่าเป็นโมเดลลิ่งของบริษัทชื่อดังในวงการ เมื่อตรวจสอบหน้าเฟซบุ๊กก็พบว่ามีการประกาศหานางแบบนักแสดงจริง ประกอบกับการพูดคุยผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ที่ทำทีเป็นสาวประเภท2 กว่่าครึ่งปี ยิ่งทำให้น่าเชื่อถือและไว้ใจ มีหลายครั้งที่ตนพยายามนัดเจอ แต่ผู้ต้องหาก็บ่ายเบี่ยงทุกครั้ง กระทั่งผู้ต้องหาอ้างขอวิดีโอคอลมาดูว่าตัวจริงตนนั้นเหมือนกับโปรไฟล์ที่ส่งให้หรือไม่ พร้อมถามว่าทำหน้าอกใช่ไหม ซึ่งตัวเองก็ยอมรับ ก่อนจะขอดูหน้าอกว่าใหญ่ เล็กอย่างไร อ้างว่าจะได้หางานให้เหมาะสม ส่วนตัวก็ค่อนข้างปกปิดแล้ว แต่กลับมาทราบจากเพื่อนว่าถูกนำภาพไปขายลงสื่อโซเชียล ยอมรับว่าเครียด และรู้สึกเสียใจ แต่ก็ถือเป็นบทเรียนราคาแพง ว่าจะต้องตรวจสอบให้ดี ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ยืนยันตัวไม่เคยถ่ายภาพอนาจารส่งให้ใคร แต่ภาพที่หลุดไปเป็นภาพที่คนร้ายแอบอัดไว้ขณะวิดีโอคอล และขอให้ผู้เสียหายรายอื่นๆที่ถูกหลอกมาแจ้งความกับตำรวจไว้

เบื้องต้นแจ้งข้อหากับผู้ต้องหา ตามความผิดพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

เบื้องต้นแจ้งข้อหากับผู้ต้องหา ตามความผิดพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ว่่า นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในลักษณะลามก มีโทษจำคุก 5 ปีปรับไม่เกิน 100,000 บาท และ ประมวลกฎหมายอาญา ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก และผู้อื่น และ ประสงค์เพื่อการค้า ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ใส่ความเห็น