ตำรวจ บช.ปส.แถลงจับเครือข่ายยาเสพติดช่วงเทศกาลปีใหม่

วันที่ 26 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)

พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.พร้อม พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์,พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1,พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2,พล.ต.ต.วัชระ ทิพยมงคล ผบก.ปส.,พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผกก.สกส.และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ รวม 14 ราย พร้อมของกลางไอซ์ 528 กิโลกรัม ยาบ้า 8.4 ล้านเม็ด กัญชา 75 กิโลกรัม มูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึดกว่า 932 ล้านบาท

คดีแรกจับกุมนายสามารถ แก้วสุวรรณ อายุ 39 ปี และนายไกล้รุ่ง เต็มทวี อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีไอซ์และยาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางไอซ์ 525 กิโลกรัม ยาบ้า 6 ล้านเม็ด รถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแม็ก สีบรอน ทะเบียน บล6890 สระบุรี จับกุมได้ที่สี่แยกหัวทะเล ต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ

พล.ต.ต.วัชรินทร์ กล่าวว่า ภายหลังชุดจับกุมสืบทราบว่าจะมีเครือข่ายยาเสพติด ขนลำเลียงยาบ้ากับไอซ์มาจากชายแดนภาคอีสานเพื่อเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนนำไปจำหน่ายต่อยังประเทศที่สาม จึงวางแผนติดตามจนพบรถยนต์ต้องสงสัยขับมาที่สี่แยกหัวทะเล ก่อนสกัดกั้นเพื่อขอตรวจค้นรถ พบว่านายสามารถ เป็นผู้ขับขี่ และมีนายไกล้รุ่งนั่งมาด้วย เมื่อค้นท้ายกระบะ พบยาบ้าและไอซ์วางซ้อนกันโดยมีถุงดินชีวภาพวางทับไว้ จึงจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ก่อนขยายออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดี

คดีที่ 2 จับกุมนายปราโมทย์ รัตนศากยวงศ์ อายุ 60 ปี นายทองบัง ผมงาม อายุ 57 ปี นางชนัญญา วัฒนเสวี อายุ 60 ปี น.ส.บังอร วรรณรักษา อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด รถยนต์ 2 คัน จับกุมได้ที่ริมถนน ชร4001 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ต่อเนื่องถนนสาย1290

พล.ต.ต.บัณฑิต กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากนายทุน เตรียมขนยาจากภาคเหนือตอนบนมาส่งให้ลูกค้าในภาคกลางผ่านเส้นทาง จ.เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง จึงวางแผนเข้าสกัดกั้นกระทั่งจับกุมนายปราโมทย์ และนางชนัญญา ได้ริมถนนสาย ชร4001 พร้อมยาบ้า 2 ล้านเม็ดที่ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ย และจับกุม นายทองบัง กับ น.ส.บังอร ได้ริมถนน 1290 จึงจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

คดีที่ 3 จับกุม นายศิริโชค นาเงิน อายุ 23 ปี นายทศพร เปลี่ยนอ้อ อายุ 19 ปี นายวรุฒ เสล็ม อายุ 26 ปี นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นายสุทธิชัย มะโนวรรณ์ อายุ 21 ปี และนายอภิสิทธิ์ เสล็ม อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางยาบ้า 400,000 เม็ด รถยนต์ 3 คัน จับกุมได้ทึ่ด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และริมถนนสายเอเชีย หลักกิโลเมตรที่ 58-59 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง

พล.ต.ต.บัณฑิต กล่าวว่า ชุดจับกุมพบว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากนายทุนพ่อค้ายาเสพติดในพื้นที่ทางภาคเหนือตอนบนมาส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ จึงสืบสวนสกัดก้ันก่อนจับกุมผู้ต้องหาที่ 1-4 ได้ท่ีบริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี พร้อมยาบ้า 400,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในล้ออะไหล่ของรถยนต์ 2 เส้น เส้นละ 2 แสนเม็ด และจับกุมผู้ต้องหาที่ 5,6 ได้ริมถนนสายเอเชีย จึงแจ้งข้อหาก่อนนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ก่อนขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตราการ

คดีที่ 4 จับกุมนายศิริโชค น้ำเงิน อายุ 39 ปี และนายพงษ์ธร จันทร์ทอง อายุ 38 ปี สองผู้ต้องหาคดีร่วมกันมีไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีกัญชาไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางไอซ์ 3 กิโลกรัม กัญชาอัดแท่ง 75 กิโลกรัม และขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินทองรูปพรรณ กับรถยนต์รวมมูลค่ากว่า 3.3 ล้านบาท

พล.ต.ต.กฤษณ์ กล่าวว่า ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายศิริโชค กับนายพงษ์ธร ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียน ทำอาชีพจำหน่ายไม้ล้อมใน จ.สระบุรี แอบลอบจำหน่ายยาเสพติดให้บุคคลในพื้นที่และเขตปริมณฑลเพื่อเจือจุนรายได้จากการค้าไม้ จึงล่อซื้อก่อนจับกุมนายสิริโชค ได้ริมถนนรังสิต-นครนายก ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และจับกุมนายพงษ์ธร ได้ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก่อนขยายผลตรวจค้นบ้านพักนายศิริโชค พบกัญชา 65 กิโลกรัม จึงจับกุมพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า มาตรการสกัดกั้นยาเสพติดปัจจุบันได้เพิ่มความเข้มงวดกวดขันมากขึ้น ทำให้ผู้ลักลอบเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงยาจากพื้นที่ภาคเหนือ ไปยังภาคอีสาน ซึ่งก็ได้ประสานกำลังหน่วยงานต่างๆ ตามแนวเขตชายแดนเฝ้าระวัง ไม่ให้ลำเลียงเข้ามาในประเทศไทยได้ เพราะเราถูกใช้เป็นทางผ่านเพื่อขนต่อไปประเทศที่สาม โดยช่วงนี้เป็นเทศกาลหยุดยาว ทำให้อาจมีผู้ที่อาศัยจังหวะนี้ ลำเลียงยาเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะต้องกวดขันตรวจตราตามเส้นทางแต่ละจุด ซึ่งอาจส่งผลให้
การจราจรติดขัดบ้างบางแห่ง แต่จะอำนวยความสะดวกประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบมากที่สุด และหากพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แจ้งเบาะแสกับตำรวจได้ทันที

ใส่ความเห็น