วิระชัย สั่งปูพรมปิดคดีโจรอุกอาจชิงทอง หากต่อสู้ให้จับตาย

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐทพล ศุภระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี  ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุคนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างสรรพสินค้า จ.ลพบุรี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 4 ราย พร้อมกล่าวว่า จากที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปท่านนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีทราบเรื่องนี้แล้ว และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสะเทือนใจเป็นอย่างมาก โดยคนร้ายอุกอาจ และมีความโหดร้ายมากโดยสามารถฆ่าบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรได้ จึงกำชับให้ติดตามจับกุมคนร้ายโดยเร็ว

โดยเช้านี้จะมีการประชุมสรุปผลความคืบหน้าร่วมกับตำรวจทุกภาคส่วนเพื่อเร่งคลี่คลายคดี  ส่วนการจับกุมคนร้ายจะมีการวิสามัญหรือไม่นั้น เบื้องต้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังตัวและหากเกิดการต่อสู้ขัดขืนตำรวจก็มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธป้องกันตัวตามกฎหมาย  ส่วนคนร้ายจะเป็นคนในเครื่องแบบหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่ทราบระบุได้  แต่ยอมรับว่า คนร้ายมีทักษะการก่อเหตุและโดยเฉพาะความสามารถในการประกอบอาวุธปืน ที่สามารถเก็บเสียงได้ ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่เกิดเหตุตำรวจ ได้จัดกำลังออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเฉลี่ยต่อวันนับสิบรอบ แต่ในช่วงเกิดเหตุคนร้ายอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มาตรวจก่อเหตุ

โดยก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณประตูด้านหน้าของห้าง ก่อนจะพุ่งตรงไปที่ร้านทอง ระหว่างนั้นเห็น รปภ.คนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าร้านทอง คนร้ายจึงได้ใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิง รปภ.คนดังกล่าว โดยพยามเล็งที่ศีรษะแต่วิถีกระสุนพลาดไปโดนหัวไหล่ จากนั้นคนร้ายได้หันไปยิงประชาชนที่เลือกซื้อทองอยู่ 3 คน ก่อนจะกราดยิงเข้าไปในร้านทองจนถูกพนักงานหญิงของร้านล้มลงตรงหน้าเคาน์เตอร์ คนร้ายจึงปีนขึ้นไปบนตู้กระจกก่อนจะกว่ดทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 28 บาทมูลค่า 672,000 บาท ต่อมาคนร้ายได้พยายามจะหลบหนี แต่นายธีรฉัตร นิ่มมา กับเจ้าหน้าที่ รปภ.อีกคน พยายามจะสกัดกั้นคนร้าย โดยการปิดประตูทางออกของห้าง คนร้ายจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่นายธีรฉัตร แต่นายธีรฉัตร พยายามหลบหนีเอาชีวิตรอดเข้าไปในร้านไก่ทอดภายในห้าง คนร้ายได้ตามเข้าไปยิงซ้ำบริเวณใบหน้าจนเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายจึงวิ่งกลับขึ้นไปที่รถจักรยานยนต์ก่อนจะขับรถย้อนศรหลบหนีไป

ทั้งนี้ เบาะเเสคนร้ายที่ได้มีเพียงภาพถ่าย คนร้ายมีรูปร่างสูง  จึงอยากฝากประชาชน ร่วมกันช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ หากท่านใดทราบเบาะแส หรือเห็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายคนร้าย ช่วยแจ้งเบาะแสมายัง 191 หรือ 1599  รวมทั้ง หากคนร้ายมีการนำทองไปขายให้กับใคร หรือ บุคคลใดรับไว้ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อตำรวจจะกันตัวไว้เป็นพยานและเร่งจับตัวคนร้ายโดยเร็ว เบื้องต้นได้ตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนบาทต่อผู้ชี้เบาะแสแล้วด้วย 

ใส่ความเห็น